บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2547
 
เรื่อง พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา
ตอน "พลู"
 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6 คณะทรัพยากรธรรมชาติ
ผู้เขียน ผู้ดำเนินรายการ
 

เริ่มรายการ  เพลงบรรเลง (เปิดเพลง รั้วศรีบลู จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ
      สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟังคะ ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลับมาพบกับคุณผู้ฟังอีกครั้งนะคะในรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” สำหรับวันนี้ดิฉันขอเสนอเรื่อง “พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา” ตอน "พลู"

      ก่อนที่จะนำเสนอเรื่องราวของพลู ดิฉันขอประชาสัมพันธ์ข่าวบริการวิชาการของคณะทรัพยากรธรรม-ชาติสักเล็กน้อยนะคะ ด้วยงานฝึกอบรม โครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีจะได้จัดให้มี "โครงการคลีนิคเกษตรสัญจร" ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ แก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางด้านการเกษตรให้แก่ เกษตรกร สังคม และชุมชนท้องถิ่น ที่ต้องการความช่วยเหลือ ต้องการคำแนะนำ หรือต้องการปรึกษาปัญหาทางการเกษตรเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้อย่างถูกต้องตรงจุด ขอให้ท่านเกษตรกรส่งจดหมายถึง ดิฉัน ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ ตามที่อยู่ที่จะนำเสนอในช่วงท้ายของรายการค่ะ

"พลู" มีชื่อพื้นบ้านว่า พลูจีน ปู เปล้าย้วน ซีเก๊ะ และพลู ทางภาคกลางเรียกพลูเหลือง พลูจีน พลูหลวง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า บีเทลไวน์ (Betel Vine) บีเทลเปปเปอร์ (Betal Pepper) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า เปปเปอร์ บีเทล (Piper Betel L.) จัดอยู่ในวงศ์ เปปเปอร์ราซีอี้ (Piperaceae)
พลูเป็นไม้เลื้อย มีข้อและปล้องชัดเจน ที่ข้อมีรากสั้น ๆ ออกรอบข้อ ใบเดี่ยวติดกับลำต้นแบบสลับลักษณะของใบคล้ายใบโพธิ์ ปลายใบแหลม ผิวใบมัน ดอกออกรวมกั้นเป็นช่อแน่น ปลูกโดยใช้ลำต้นปักชำ ขึ้นง่าย คนแก่ใช้ทาปูนแดง รับประทานกับหมาก
ใบพลูนิยมกินกับหมากและปูนเป็นของขบเคี้ยว เป็นที่นิยมของผู้คนในหลายประเทศในเขตเอเชีย โดยเฉพาะในผู้สูงวัยที่นิยมการรับประทานหมาก พลูที่ใช้รับประทานกับหมากส่วนใหญ่จะเป็นพลูที่มีใบสีเขียวเข้มมากกว่าพันธุ์ที่มีใบสีออกเหลืองทอง นอกจากนี้ยังนำมาใช้ในพิธีมงคลเป็นเครื่องเซ่นไหว้ การทำเครื่องบายสีสู่ขวัญ ซึ่งต้องใช้หมากพลูเป็นเครื่องเซ่นไหว้
วิธีการปลูกพลู ให้เตรียมดินโดยขุดดินตากไว้ 2–4 สัปดาห์ แล้วจึงพรวนดินอีกครั้งก่อนปลูกใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 1.5–2 เมตร ระหว่างแถว 1.5 เมตรขุดหลุมขนาดกว้างยาวและลึก 50 ซม. 40 ซม. และ 30 ซม. ตามลำดับ ใช้ปุ๋ยคอกคลุกเคล้ากับดินใส่หลุมจนเต็มหลุมทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ จากนั้นจึงนำยอดเถาที่ปักชำไว้แล้ว 3 สัปดาห์ ลงปลูกในหลุมสำหรับยอดเถาที่ใช้เป็นท่อนพันธุ์นั้น ควรยาว 30–50 ซม. มีข้ออยู่ 5–7 ข้อ และไม่ควรใช้กิ่งแขนงทำเป็นท่อนพันธุ์เพราะมักจะไม่แตกพุ่ม เมื่อนำท่อนพันธุ์ลงปลูกแล้ว ควรใช้เชือกยึดเถาไว้กับไม้หลักชั่วคราว ซึ่งใช้ไม้ไผ่ขนาดเล็กยาว 1 เมตร และควรทำร่มบังแสงให้ด้วย รดน้ำทั้งเช้าและเย็นเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ต่อจากนั้นอาจเว้นได้บ้าง เมื่ออายุ 1–2 เดือน จึงเอาวัสดุบังร่มออก และเมื่ออายุ 3 เดือนจึงทำค้างถาวร โดยใช้ไม้แก่นหรือไม้ไผ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 6–11 ซม. สูง 3–3.5 เมตร ปักห่างจากต้นประมาณ 15 ซม. ลึกลงไปในดิน 1 เมตร มัดไม้หลักชั่วคราวให้ติดกับหลักใหม่ ต่อมารากที่ออกตามข้อจะเกาะติดกับหลักและต้นพลูก็จะเจริญเติบโตขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามไม้ค้างพลู เมื่อต้นพลูตั้งตัวได้แล้วจึงรดน้ำวันเว้นวัน
การบำรุงรักษา พรวนดินกำจัดวัชพืชรอบโคนต้นเพื่อให้แปลงโปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก และป้องกันเชื้อโรคและแมลงต่างๆ อาศัย ตัดแต่งกิ่งเมื่ออายุมากโดยหักข้อที่กิ่งแขนงไม่แตกใบออก กิ่งแขนงที่จำนวนข้อมากเกินไป ก็ควรหักให้เหลือเพียง 5–7 ข้อ การตัดกิ่งควรทำทุกๆ 3เดือน ใส่ปุ๋ยคอก 3 เดือนต่อครั้ง นอกจากนี้ควรป้องกันและกำจัดโรคและแมลงต่างๆ ด้วย

"พลู" มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย ได้แก่ สารที่เรียกว่า ชาวิคอล(chavicol) ยูจีนอล(eugenol) เบต้าซิโตสเตอรอล (?-sitosterol) และซินีออล (cineol)เป็นต้น

สรรพคุณของพลูและวิธีใช้ ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของพลูคือ ใบ ซึ่งจะให้สรรพคุณดังต่อไปนี้ ค่ะ
พลูเป็นสมุนไพรแก้ลมพิษ รักษาอาการคัน ในใบพลูมีสารยูจีนอลและชาวิคอล มีฤทธิ์เป็นยาชาและช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายชนิด จึงมีประโยชน์ในการระงับอาการคันและเจ็บปวดเนื่องจากแมลงกัดต่อยได้ ช่วยฆ่าและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของวัณโรคและเชื้อหนอง และยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคผิวหนังและกลาก และพบว่าน้ำมันพลูสามารถฆ่าพยาธิไส้เดือนได้ สารเบต้าสเตอรอลมีฤทธิ์แก้แพ้ แก้อักเสบ
นอกจากนี้ พลูยังมีสรรพคุณใช้แก้การอักเสบของเยื่อจมูกและคอ แก้กลาก แก้ฮ่องกงฟุต แก้คัน แก้ลมพิษ ลนไฟนาบท้องเด็ก แก้ปวดท้องและแก้ลูกอัณฑะยาน
พลูใช้แก้ลมพิษ มีคำแนะนำให้ใช้ใบพลูสด 3-4 ใบ นำมาล้างให้สะอาดแล้วตำให้ละเอียด โดยผสมเหล้าโรงเล็กน้อย นำน้ำที่ได้มาใช้ทาบริเวณที่เป็นลมพิษ ทาบ่อยๆ จนกว่าจะยุบ ในใบพลูนั้นมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่ง ประกอบด้วยสารชาวิคอล (chavical) และยูจีนอล (eugenol) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่สามารถบรรเทาอาการคัน และฆ่าเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้ การนำใบพลูไปใช้ประโยชน์ในทางสมุนไพรนั้นนิยมนำใบแก่ของใบพลูใช้ในการแก้อาการคันในโรคลมพิษ

       วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” ได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุ มอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปด เม็กกะเฮิร์กซ์ ทุกวันจันทร์ เวลาประมาณสิบห้านาฬิกายี่สิบนาที หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ หรือมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯ ก็ตามนะคะ ขอเชิญติดต่อเข้ามาได้ค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึง คุณดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลข 074 – 219-234 และ 074 286-059-60 ได้ทุกวัน ในเวลาราชการนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อน สวัสดีค่ะ
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14   แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999