บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 15 มีนาคม 2547
 
เรื่อง พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา
ตอน "มะลิ"
 

ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6 คณะทรัพยากรธรรมชาติ
ผู้เขียน ผู้ดำเนินรายการ
 

เริ่มรายการ  เพลงบรรเลง (เปิดเพลง รั้วศรีบลู จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบาๆ)
 
ผู้ดำเนินรายการ
      สวัสดีค่ะ คุณผู้ฟังคะ ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กลับมาพบกับคุณผู้ฟังอีกครั้งนะคะในรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” สำหรับวันนี้ดิฉันขอเสนอเรื่อง “พืชผักผลไม้ไทยมีคุณค่าเป็นทั้งอาหารและยา” ตอน "มะลิ"

       ก่อนที่จะนำเสนอเรื่องราวของ "มะลิ" ดิฉันขอประชาสัมพันธ์ข่าวบริการวิชาการของคณะทรัพยากร-ธรรมชาติสักเล็กน้อยนะคะ เรื่องแรกคือ งานฝึกอบรมโครงการบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยีจะได้จัดให้มี "โครงการคลีนิคเกษตรสัญจร" ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ แก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางด้านการเกษตรให้แก่ เกษตรกร สังคม และชุมชนท้องถิ่นที่ต้องการความช่วยเหลือ ต้องการคำแนะนำ หรือต้องการปรึกษาปัญหาทางการเกษตรเพื่อจะได้แก้ไขปัญหาของท่านเกษตรกรได้อย่างถูกต้องตรงจุด ขอให้ท่านเกษตรกรส่งจดหมายมาที่คณะทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องที่ 2 คือ ภาควิชาพืชศาสตร์ คณะทรัพยากรธรรม-ชาติ จะได้จัดให้มีโครงการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่อง "การวิจัยและพัฒนาการจัดระบบการผลิตลองกองในภาคใต้" ขึ้นในวันพุธที่ 24 มีนาคม 2547 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ถ่ายทอดผลงานและเทคนิคต่างๆ ที่ได้รับจากการวิจัยให้แก่ นักวิจัย นักวิชาการ เกษตรกรและผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำไปปฏิบัติหรือถ่ายทอดสู่ผู้อื่นได้ อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาการผลิตลองกองได้อย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป โครงการอบรมครั้งนี้ ฟรี ! ไม่เก็บค่าลงทะเบียน คุณผู้ฟังและผู้สนใจ สามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ โทรศัพท์หมายเลข (074) 219-234 ได้ทุกวันในเวลาราชการ ค่ะ

"มะลิ" มีชื่อพื้นบ้านว่า มะลิลา มะลิซ้อน มะลิหลวง และมะลิ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า จัสมิน (Jasmine) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า จัสมินัม แซมแบค (Jasminum sambac Ait.) และ จัสมินัม อะดรีโนฟิลลั่ม (Jusminum adenophyllum) จัดอยู่ในวงศ์โอเลียซีอี้ (OLEACEAE) มะลิจัดเป็นพรรณไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง แตกกิ่งก้านสาขาออกรอบๆ มีลำต้นสูงประมาณ 5 ฟุต ใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกเป็นคู่ไปตามก้านต้น ลักษณะใบป้อมมน ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบไม่มีจัก ผิวใบเรียบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ใบยาว 2-3 นิ้ว มีดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกเป็นช่อตามปลายยอดหรือปลายกิ่งประมาณ 3-5 ดอก แล้วแต่ชนิดและพันธุ์ ดอกมะลิมีสีขาว และมีกลิ่นหอม มีทั้งดอกลาและดอกซ้อน ออกดอกตลอดปี

การขยายพันธุ์ : มะลิเป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง และต้องการน้ำปานกลาง นิยมปลูกมะลิในดินร่วนซุย สำหรับการขยายพันธุ์ นิยมขยายพันธุ์ 2 วิธีคือ โดยวิธีการปักชำ และการตอนกิ่ง

"มะลิ" มีคุณค่าทางโภชนาการคือ ประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหยหลายชนิด กรดฟอร์มิก (formic acid)สารเซมเบน (sambain) และแซมบาโคติโนไซด์(sambacotiqnoside)

สรรพคุณของมะลิและวิธีใช้ ส่วนที่ใช้ประโยชน์ของ "มะลิ" คือ ดอก ใบ และราก ซึ่งแต่ละส่วนจะให้สรรพคุณแตกต่างกันดังต่อไปนี้ ค่ะ
ดอก มีสรรพคุณใช้แต่งกลิ่น เข้ายาหอม แก้อาการหอบหืด ลดน้ำมูก แก้บิด ปวดท้อง ใช้ทาบริเวณที่ปวดศรีษะ ทาฝีหนอง ทาแผลเรื้อรัง
ใบ มีสรรพคุณแก้ไข้ ขับน้ำนม แก้ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องอืดแน่น
ราก มีสรรพคุณใช้แก้หลอดลมอักเสบ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้ปวด แก้โรคบริเวณทรวงอก และระงับประสาท
มีคำแนะนำให้ใช้ดอกมะลิสดหรือแห้ง 1.5 - 3 กรัม หรือใบสด 3 - 6 กรัม หรือรากสด 1 - 1.5 กรัม ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยกาแฟ ใช้ดื่มเพื่อรักษาอาการดังกล่าว
*น้ำมันมะลิ หรือที่เรียกว่า จัสมินเอสเซนเชียลออย (Jasmine essential oil) นั้นมีราคาสูง เนื่องจากในกรรมวิธีการผลิต จะใช้จากส่วนดอกมะลิ เท่านั้น ถือว่าเป็นราชาแห่งน้ำมัน (King of oil) และยังนับได้ว่าเป็นน้ำมันที่มีความนุ่มนวลและเต็มไปด้วยคุณค่า เวลามีครรภ์ก็ควรลดขนาดที่ใช้ลง ใช้โดยให้ระเหยในห้องเมื่อเป็นหวัด ลดน้ำมูก ไอ หรือเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ
ในการเก็บดอกมะลิเพื่อใช้เป็นยา มีคำแนะนำให้เก็บดอกมะลิที่บานเต็มที่สดๆ แล้วนำไปผึ่งให้แห้งเก็บไว้ใช้ได้นาน และหากนำกลีบดอกมะลิลาไปใช้ร่วมกับ กลีบดอกกุหลาบ กระดังงา และจำปา โดยนำไปลอยน้ำดื่ม จะมีสรรพคุณช่วยในการบำรุงหัวใจได้เป็นอย่างดี หรือจะใช้ดอกมะลิแห้ง 1.5 - 3.0 กรัม ต้มหรือชงกับชาจีนที่เรียกว่า จัสมินที (Jasmine Tea) แล้วดื่มร้อนๆ หรือขณะยังอุ่นอยู่ จะช่วยให้ชุ่มคอแก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดีค่ะ

       วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการ “สาระความรู้ทางการเกษตร” ได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุ มอ. เอฟเอ็ม แปดสิบแปด เม็กกะเฮิร์กซ์ ทุกวันจันทร์เวลาประมาณสิบห้านาฬิกายี่สิบนาที หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ หรือมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯ ก็ตามนะคะ ขอเชิญติดต่อเข้ามาได้ค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึง คุณดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ หัวหน้างานฝึกอบรม คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทรศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลข 074 – 219-234 และ 074 286-059-60 ได้ทุกวัน ในเวลาราชการนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อน สวัสดีค่ะ
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ผ่ายวิจัยและบริการวิชาการ  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14   แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุมอ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999