บทความวิทยุรายการสาระความรู้ทางการเกษตร
ประจำวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2541
 
เรื่อง การป้องกันโรคไวรัสในมะละกอ
 

นางดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ นักวิชาการเกษตร 6
คณะทรัพยากรธรรมชาติ ผู้เขียน / ผู้ดำเนินรายการ

เริ่มรายการ เพลงบรรเลง (เปิดเพลงดอกไม้ให้คุณ เริ่มจากไตเติ้ลจนถึงขอมอบดอกไม้ในสวน...จากนั้นลดเสียงเพลงลงให้คลอเบา ๆ )
 
ผู้ดำเนินรายการ สวัสดีค่ะคุณผู้ฟังที่รักทุกท่าน พบกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรจากคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่กันอีกครั้งนะคะ สำหรับวันนี้ดิฉันดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ ขอเสนอเรื่อง มะละกอ ค่ะ
 
มะละกอจัดเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของประเทศไทยเรา เพราะเป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และสามารถนำมารับประทานเป็นผลไม้สด หรือนำมาแปรรูปใช้ประกอบอาหารได้ทั้งประเภทของคาวและของหวาน นอกจากนั้นแล้วอาจจะนับได้ว่าเป็นพืชอาหารหลักของคนแถบอีสานอีกด้วย
  
ในปัจจุบันได้มีเกษตรกรผลิตมะละกอทั้งเพื่อการบริโภคภายในประเทศ และเพื่อการส่งออก ซึ่งสามารถทำรายได้ปีละหลายล้านบาท นอกจากนั้นยังมีการผลิตมะละกอเพื่อกรีดน้ำยางไปใช้ในทางอุตสาหกรรมด้วยค่ะ
แต่อย่างไรก็ตามเกษตรกรก็ต้องผจญกับปัญหาและอุปสรรคในการผลิตมะละกอนั่น คือ ปัญหาเรื่องโรคไวรัสมะละกอ เพราะในปัจจุบันยังไม่มีสารเคมีที่ใช้กำจัดเชื้อไวรัสสาเหตุของโรคนี้ได้ ซึ่งมีรายงานการระบาดของโรคไวรัสและไมโคพลาสม่าของมะละกอในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี พ.ศ. 2518 จนถึงปัจจุบันพบว่ามีความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้นทุกปี และแพร่ขยายวงกว้างออกไปจนเกือบครอบคลุมพื้นที่ปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่ะ
 
เมื่อมะละกอเป็นโรคนี้ จะแสดงอาหารของโรคดังนี้นะคะ อาการขั้นแรก คือ ในยอดหรือใบอ่อนที่สุดของต้นมะละกอจะแสดงอาการเหลืองซีด ซึ่งต่อมาจะทำให้มองเห็นเส้นใบเด่นชัด ใบจะมีลักษณะเป็นรอยบุ๋มไม่เรียบ ใบย่อยจะมีอาการด่าง มีขนาดใบเรียวเล็กลง เส้นใบยาว ลักษณะเฉพาะของโรคนี้ ที่บนก้านใบ ก้านดอก และตรงส่วนครึ่งบนของลำต้นจะพบรอยช้ำเป็นขีด ๆ มีสีเขียวเข้ม หากเป็นมากก็อาจจะพบว่าเป็นทั้งลำต้น และรอยสีเขียวเข้มที่ว่านี้ จะเกิดขึ้นกับต้นมะละกอในเวลาที่ไล่เรี่ยกับอาการที่เกิดบนใบแต่จะเกิดที่หลังอาการบนใบค่ะ
 
อาการขั้นต่อไปคือ ลำต้นจะแคระแกร็น ก้านใบสั้น การติดผลก็จะลดลง และเมื่ออาการของโรครุนแรงมากขึ้น ก็จะแสดงอาการที่ผลของมะละกอ คือ ผลดิบของมะละกอจะมีเนื้อในที่มีลักษณะแข็งกระด้าง ซึ่งเมื่อผลสุกเนื้อผลส่วนนั้นก็จะมีลักษณะเป็นไตและมีรสขม และจะมีรอยช้ำเป็นจุด หรือเป็นรอยวงแหวนซึ่งอาจจะมีทั้งสีเขียวหรือสีน้ำตาลเข้มปรากฏให้เห็นบนผลมะละกอเพียงบางส่วน หรืออาจจะเป็นทั่วทั้งผลนะคะ แต่หากเป็นมะละกอที่ปลูกเพื่อผลิตยาง กลับพบว่าโรคนี้ไม่มีผลต่อการไหลของยางมะละกอค่ะ

อาการต่าง ๆ ของโรคไวรัสในมะละกอที่นำเสนอให้คุณผู้ฟังทราบนี้ จะปรากฏให้เห็นอย่างรุนแรง ในช่วงเวลาที่มีอากาศเย็น แต่ถ้าหากเป็นช่วงที่มีอากาศร้อน อาจจะสังเกตอาการของโรคนี้ไม่เห็นก็ได้ค่ะ
 
สำหรับเชื้อสาเหตุของโรคนี้ คือ ไวรัสชนิดหนึ่งในกลุ่มโพลีไวรัส (polyvirus) ซึ่งสามารถถ่ายทอดและแพร่ระบาดได้โดยการสัมผัส การเสียบยอด ทาบกิ่ง และโดยแมลงพาหะพวกเพลี้ยอ่อนที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aphis gossypii (Glove) ค่ะ
 
ในการป้องกันกำจัดโรคนี้มีข้อแนะนำดังนี้ค่ะ ประการแรก หากตรวจพบเห็นว่ามีต้นมะละกอที่เป็นโรคนี้ ให้ทำลายต้นมะละกอที่เป็นโรคทุกต้นที่พบ โดยวิธีที่เรียกว่าการถอนรากถอนโคลนกันเลยนะคะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งแพร่ระบาดโรคไปยังต้นอื่น ๆ ภายในสวน ค่ะ
 
ประการที่สอง ในกรณีที่คิดจะเริ่มทำสวนมะละกอ ก็ให้พยายามเลือกหาพื้นที่ปลูกในแหล่งที่แน่ใจว่าไม่มีโรคนี้ระบาดมาก่อน ประการที่สาม ไม่ควรปลูกมะละกอไว้นานเกินกว่า 3 ปี ประการที่สี่ พวกนักวิชาการทั้งหลายจะต้องพยายามทำการคัดพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์มะละกอที่ต้านทานต่อเชื้อวิสาที่มีชื่อว่า พิวโตริกัน สเตรน และประการสุดท้ายเท่าที่คิดได้ในขณะเขียนบทความนี้ก็คือ จะต้องพยายามหาวิธีการในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับต้นมะละกอค่ะ
 
คุณผู้ฟังที่รักค่ะ หากคุณผู้ฟังต้องการได้รายละเอียดเกี่ยวกับรายการสาระความรู้ทางการเกษตรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ หรือมีปัญหาทางการเกษตรต้องการคำปรึกษา แนะนำ หรือ ต้องการให้คำแนะนำ ติชม แก่ทางรายการฯก็ตามนะคะ ของเชิญติดต่อเข้ามาได้นะค่ะ ทั้งทางจดหมายและโทรศัพท์นะคะ ทางจดหมายจ่าหน้าซองถึงดิฉัน ดวงจันทร์ เกรียงสุวรรณ งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ รหัสไปรษณีย์ 90112 ส่วนทางโทศัพท์กรุณาติดต่อมาที่หมายเลยโทรศัพท์ (074)-211030-49 ต่อ2370 ต่อ 14 หรือ(074) 212849 ต่อ 2370 ต่อ 14 ในวันและเวลาราชการค่ะ
 
วันนี้เวลาของรายการสาระความรู้ทางการเกษตรหมดลงอีกแล้วนะคะ คุณผู้ฟังจะติดตามรับฟังรายการสาระความรู้ทางการเกษตรได้ใหม่ ณ สถานีวิทยุมอ.เอฟเอ็ม แปดสิบแปดเม็กกะเฮิร์กซ์ทุกวันจันทร์เวลาประมาณ สิบห้านาฬิกาสี่สิบห้านาที สำหรับวันนี้ดิฉันขอลาคุณผู้ฟังไปก่อนค่ะ สวัสดีค่ะ
 
งานศูนย์บริการวิชาการและฝึกอบรม
ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
โทร.  (074) 211030-49  ต่อ 2370  ต่อ 14,212849 ต่อ 14 แฟกซ์ (074) 558803

สถานีวิทยุ ม.อ.FM 88 MHz
ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา : 15.45-15.55  น.
โทร.  (074) 211030-49 ต่อ 2999