กว่าจะเป็นตลาดเกษตร ม.อ.(7)

User Rating: 1 / 5

Star ActiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive
 

ในปี 2547 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของตลาดเกษตร มอ. เพราะนอกจากจะต้องย้ายตลาดมาอยู่ที่ใหม่ แล้วในช่วงนั้นรัฐบาลมีนโยบาย เกี่ยวกับโครงการตลาดสดน่าซื้อ ในตลาดประเภทที่ 1 โดยกระทรวงสาธารณสุขจะแบ่งตลาดออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 เป็นตลาดสดทั่วไป ที่เปิดให้บริการทุกวัน มีอาคารก่อสร้างถาวร และประเภทที่ 2 เป็นตลาดที่เปิดให้บริการเป็นครั้งคราว โดยไม่มีอาคารก่อสร้างถาวร ซึ่งอันนี้ตรงกับตลาดเกษตร มอ. ของเรา

เจ้านายเราก็ให้เราติดต่อประสานกับทางสำนักงานสาธารณสุข อำเภอหาดใหญ่ ว่าตลาดเกษตร มอ. ต้องการเข้าร่วมโครงการตลาดสดน่าซื้อ ด้วย และก็ได้รับการตอบรับด้วยความยินดี พร้อมจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก คุณวีระพงศ์ จินะดิษฐ์ นักวิชาการสาธารณสุข ที่ดูแลเรื่องนี้ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จึงบังเกิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้น

<blockquote >

การพยายามที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน(อื่น) เป็นเรื่องยาก

</blockquote>

การจะเข้าร่วมโครงการได้ จะต้องเริ่มจาก ผู้จำหน่ายสินค้าและเจ้าหน้าที่ ต้องเข้ารับการอบรมในเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหาร จากนั้นก็ปฏิบัติตามหลักที่อบรมมา เพื่อให้ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด ฟังดูง่ายมากๆ ตอนอบรม (1 เมษายน 2547) ทุกคนในห้องตอบ OK เราทำได้! แต่พอเอาเข้าจริงๆ แค่เรื่องง่ายๆ อย่างใส่ผ้ากันเปื้อน หมวกคลุมผม ใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหารแทนการใช้มือสัมผัสอาหาร กลายเป็นปัญหาโลกแตก "โธ่ โธ่ ถัง! ลูกเอ๊ย! ป้าอีเป็นลมตายแล้ว มันร้อนอีตาย แล้วยังให้ใส่หมวก ใส่ผ้ากันเปื้อน ป้าทำไม่ได้ลูกเอ๊ย ป้าอีลาออกแล้ว" (เสียงในฟิลม์ภาษาใต้)  ส่วนลุงขายปอเปี๊ยะทอดบอกว่า "มันเป็นไปไม่ได้น๊า ที่จะให้ใส่ถุงมือ หรือใช้ที่คีบ คีบปอเปี๊ยะ เพราะมันหั่นไม่ได้ ผมทำไม่ถนัด มีดบาดมือ แล้วก็ช้ามาก ไม่ต้องขายของกันพอดี" พร้อมชูมือให้ดูว่า "มือผมรับรองสะอาด แน่นอนกว่า" (เสียงในฟิลม์แบบคนจีนพูดภาษาไทย) บางรายช่างร้ายเหลือ เวลาเราเดินไปเตือนให้ใส่ผ้ากันเปื้อนและหมวกคลุมผม พี่แกทำเป็นขว้างโน้นเขวี้ยงนี่ เสียงดังๆ แบบประชดประชัน ให้เรากลัว (ที่บ้านเรียกว่าทำแดก).............(เออ...ยอมรับ.....กลัวจริงๆ )

 

ตอนนั้นมีผู้จำหน่าย 90 ราย ทำได้ 5-6 ราย ที่เหลือก็ขายไปบ่นไป โธ่! จะไปสอนให้คนขายของมาครึ่งชีวิต เปลี่ยนรูปแบบการขายมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วแต่ละคนก็อายุเกิน 40 ทั้งนั้น เราก็ไปต่อรองเจ้านายว่า น่าจะเป็นไปได้ยาก เพราะลุงๆ ป้าๆ ไม่ยอม เจ้านายเราก็แสนดี รักและเห็นใจลูกน้องเหลือเกิน สั่งคำเดียว "เอ็งไปทำให้ได้" พร้อมอบรมสั่งสอนเราอีกหลายชั่วโมง ......... (เฮ้อ!! อันนี้....น่ากลัวกว่า)

 

จากสาวน้อยบอบบาง น่ารักน่าเอ็นดู ก็ทำให้ตัวเราต้องมีรังสีอำมหิตเริ่มแผ่กระจาย ณ บัดนั้น เราก็เริ่มประกาศเสียงตามสายให้เวลาทุกท่านปรับตัว 1 พฤษภาคม 2547 เป็นต้นไป ทุกท่านจะต้องใส่ผ้ากันเปื้อน จากนั้น 1 กรกฎาคม 2547 ทุกท่านจะต้องใส่ผ้ากันเปื้อนและหมวกคลุมผม และสุดท้าย 1 กันยายน 2547 เป็นต้นไป ทุกท่านต้องใส่ผ้ากันเปื้อน หมวกคลุมผม มีตู้กระจกปกปิดอาหาร และพร้อมปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหารทุกข้อ หากท่านใดไม่สามารถปฏิบัติได้ก็ต้องขออภัยที่จะต้องพิจารณาผู้อื่นที่สามารถปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลมาจำหน่ายแทน และแล้วความร้ายกาจของเรา ก็เริ่มปรากฎขึ้นเป็นระยะๆ นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา.........(อยากจะบอกว่าจริงๆ เราไม่ใช่คนร้ายกาจอะไรหรอก แค่แบบว่า กฎก็ต้องเป็นกฎ..... ก็เท่านั้นเอง)

เกี่ยวกับเรา

ติดต่อทีมงาน

 

คณะทรัพยากรธรรมชาติ

โทร. 074-286012(อมรรัตน์ จันทนาอรพินท์) หรือ 074-286059(เยาวลักษณ์ ชัยพลเดช)

E-mail : amonrat.b@psu.ac.th,yaowalak.c@psu.ac.th


©2020 คณะทรัพยากรธรรมชาติ

Search