Physalis minima  Linn., Physalis angulata  Linn.
SOLANACEAE.
โทงเทง  ปุงปิง  ตอมต๊อก  หญ้าถงเถง มะถ่องเข้า ตะเงหลั่งเช้า  โคมจีน  เผาะแผะ
Sunberry, Gooseberry, Cape gooseberry, Cutleaf ground cherry, Lanceleaf groundcherry
ชักพล็อก (สงขลา)  ปุงปิง (ชุมพร)
 
 
โทงเทงหรือปุงปิงเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุปีเดียว พบได้ทั่วไปตามพื้นที่เปิดใหม่ หรือตามป่าโล่ง ตามลำตะคองที่มีแสงอาทิตย์ส่องตรง ถือว่าเป็นวัชพืชในสวนยางพาราใหม่ และพบในประเทศเขตร้อนทั่วโลก
ต้นโทงเทง

โทงเทง เป็นพืชตะกูลเดียวกับพริกและมะเขือเทศ ลำต้นอวบน้ำเปลือกเกลี้ยงสีเขียว โคนสีม่วงแดงและสีค่อย ๆ จางลงเป็นสีเขียวใสเป็นเหลี่ยม ยอดเป็นสีเขียวอ่อน ลำต้นสูงประมาณ 25 - 50 เซนติเมตร สูงเต็มที่ 120 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขา

ใบโทงเทง
ใบ เป็นใบเดี่ยวสีเขียวเรียงสลับออกตามข้อ ๆ ละใบ มีก้านยาว 2 - 3 เซนติเมตร ลักษณะใบคล้ายใบพริก รูปหอกป้าน ปลายแหลมและขอบใบเรียบ ใบกว้าง 3 - 4 เซนติเมตร ยาว 4 - 7 เซนติเมตร มีเส้นแขนงใบ 5 - 7 คู่
ดอกโทงเทง

ดอก ออกระหว่างก้านใบกับลำต้น ดอกเล็กคล้ายดอกพริก แต่กลีบดอกสั้นและแข็งกว่า ดอกตูมทรงรีปลายแหลม เวลาบานเป็นรูปแตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 - 2 เซนติเมตร กลีบดอกชั้นในมีสีเหลืองอ่อน กลีบดอกชั้นนอกหรือกลีบเลี้ยงมีสีเขียวอ่อน จำนวน 5 กลีบ ซึ่งจะเจริญเติบโตขยายตัวหุ้มผลภายในไว้หลวม ๆ ทำให้ดูเสมือนว่าผลพอง ออกดอกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เรื่อยไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน

ผลโทงเทง
ผล ผลโทงเทงมีกลีบดอกชั้นนอกหุ้มเหมือนโคมจีนสีเขียวอ่อนมีลายสีม่วง ผลภายในมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 เซนติเมตร ผลกลมใสมีสีเขียวอ่อน และเมื่อสุกกลายเป็นสีเหลือง
เมล็ดโทงเทง
เมล็ด ในผลมีเมล็ดขนาดเล็กมีจำนวนมาก รูปกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.2 - 0.3 มิลลิเมตร มีเมือกหุ้มคล้ายมะเขือเทศจำนวนมาก
ปกติแล้วโทงเทงสามารถขยายพันธุ์ตามธรรมชาติโดยใช้เมล็ด การปลูกโทงเทงในเชิงการค้านั้นเป็นโทงเทงพันธุ์จากต่างประเทศ ส่วนพันธุ์พื้นบ้านนั้นยังไม่มีการพัฒนาพันธุ์

 

โทงเทงเจริญได้ทั่วไปในดินปนทราย พบได้ทั่วไปในทั่วทุกภาคบริเวณที่ลุ่ม หรือที่ดินเปิดใหม่ การขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ด

โรคที่สำรวจเจอในโทงเทงมีด้วยกัน 3 ชนิดคือ 1) โรคใบจุดเซอร์คอสปอรา (Cercospora leaf spot) 2) โรคใบจุดคอเรเนสปอรา (Corynespora leaf spot) และ 3) โรคเน่าเปียก ( Wet rot) ส่วนศัตรูพืชที่พบเป็นแมลงจำพวกตั๊กแตนกัดกินใบแต่ไม่รุนแรงมากนัก

โรคใบจุดเซอร์คอสปอรา (Cercospora leaf spot) (ภาพประกอบ)

เชื้อสาเหตุ : Cercospora   sp.
อาการ : ใบเกิดจุดแผลเล็กกลมสีเหลือง ต่อมาจะขยายใหญ่ขึ้น เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.2 - 1 เซนติเมตร และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล บริเวณตรงกลางแผลมีสีซีดจาง
   

โรคใบจุดคอเรเนสปอรา (Corynespora leaf spot) (ภาพประกอบ)

เชื้อสาเหตุ : Corynespora   sp.
อาการ : ใบล่างเกิดจุดแผลสีน้ำตาลขนาด 0.5 - 1 เซนติเมตร บริเวณตรงกลางแผลจะแห้งมีสีน้ำตาลอ่อนหรือสีขาว
   
โรคเน่าเปียก ( Wet rot) (ภาพประกอบ)
เชื้อสาเหตุ : Choanephora  sp.
อาการ : มักเข้าทำลายดอก ส่วนปลายยอด ขอบใบหรือส่วนที่มีแผลเนื้อเยื่อยุบตัวลง ปรากฏเส้นใยสีเทา ก้านชูสปอร์ และมีสปอร์สีดำเล็ก ๆ เป็นมัน ระบาดมากในฤดูฝน โดยเฉพาะหากอากาศร้อนจัดแล้วฝนตก

ผลอ่อนและยอดอ่อน ใช้ต้มเป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือใช้แกงอ่อมและแกงเลียง มีรสขม

ผลสุก ใช้กินได้ แต่ไม่เป็นที่นิยมโดยทั่วไป มีโทงเทงบางสายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ต่างประเทศที่มีผลขนาดใหญ่ขึ้น มีรสหวานและหอม เป็นที่นิยมบริโภค

การใช้ประโยชน์โทงเทงทางสมุนไพรนั้น ใช้ทั้งต้นโขลกละลายสุรา กินแก้ทอนซิลอักเสบ แผลในปาก หรือใช้ต้นไปต้มทำเป็นยาขับปัสสาวะ ฝีในคอ ปัสสาวะขัด ไอ หืด ส่วนผลนั้นแก้ต่อมน้ำลายอักเสบ คออักเสบ ร้อนใน กระหายน้ำ ทาแก้แผลเปื่อย  เมล็ด สามารถใช้เป็นยาแก้การเป็นหมัน มีการใช้โทงเทงในรูปของชาสมุนไพร แก้ไข้ ร้อนใน ปัสสาวะเป็นเลือด แต่สตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

ในต่างประเทศ (ประเทศบราซิล) พบว่าผงจากรากมีสารเสพติดคือ Hygrine alkaloids

ในท้องถิ่นภาคใต้แถบจังหวัดสงขลา เด็ก ๆ ใช้ลูกโทงเทงหรือชักพล็อกมากระแทกที่หน้าผาก จะมีเสียงดังเป๊าะ ก่อให้เกิดความสนุกสนานตามประสาเด็กในชนบท

โทงเทงมีส่วนที่เป็นพิษคือ กลีบเลี้ยง มีสารพิษ Solanine ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร จะมีอาการเมื่อกินเข้าไปแล้วหลายชั่วโมงจะปวดแสบปวดร้อนที่ปากและคอหอย คลื่นไส้ เบื่ออาหาร อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วง อุรหภูมิร่างกายสูง เป็นต้น ถ้ายังไม่อาเจียนออกจะต้องล้างท้อง ให้น้ำเกลือ ระวังอาการไตวาย ให้ยาเคลือบกระเพาะอาหาร หรือถ้ามีอาการชักให้ใช้ยาแก้ชัก

โทงเทงพันธุ์พื้นเมืองไม่มีขายในท้องตลาดปัจจุบัน(ตลาดจังหวัดสงขลา) ยกเว้นพันธุ์ต่างประเทศที่มีขายในตลาดเฉพาะ เช่น โครงการหลวง ราคาขายค่อนข้างแพง (250 กรัม ราคา 50 บาท ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2549)

ในปัจจุบันที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มีการปลูกโทงเทงเพื่อการค้า โดยปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ ได้ผลสด 20 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาขายกิโลกรัมละ 100 บาท

บริษัท Ayurveda Asia ที่เชียงใหม่ ผลิตชาสมุนไพรจากโทงเทงโดยขายเป็นถุงชาจำนวน 10 ถุง ราคา 30 บาท และเป็นแคปซูลในขวด 50 เม็ด ราคา 100 บาท

http://www.doa.go.th/botany/physmin.html  (10 มีนาคม 2549)

http://www.doa.go.th/stat/newpage/page_32.htm  (10 มีนาคม 2549)

http://www.ku.ac.th/AgrInfo/plant/plant2/p104.html  (10 มีนาคม 2549)

http://www.nstrc.rmutsv.ac.th/Oncampus_source/herbal/i1-2.htm (10 มีนาคม 2549)

th.wikipedia.org/wiki/ (10 มีนาคม 2549)

Gender, Roy. 1988. Edible Wild Plants. New York: van der Marck Editions

obiok,. 2545.108 พันธุ์ไม้ไทย-ไม้ดีมีประโยชน์. หนังสือพิมพ์คม-ชัด-ลึก ฉบับวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2548 หรือ www.panmai.com

http://www.wedplant.mahidol.ac.th/tpex/   (13 เมษายน 2549)

http://www.forest.go.th/Botany/main/Research/Research_papers/Psychotropic (13 เมษายน 2549)

http://www.nervetouch.com/teas.html (13 เมษายน 2549)

===============