Copyright 2018 - CoE-ANRB: phase II

อบรม The Total Genomic Solution by LGC Technology วิทยากรโดย บริษัท ไลโฟมิกส์ จำกัด

วันที่ 27 สิงหาคม 2561 ณ ห้องประชุม 122

คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 

>> ภาพกิจกรรมทั้งหมด


การประชุมทางวิชาการพืชศาสตร์ ครั้งที่ 5

วันที่ 14- 15 สิงหาคม 2561 ณ ห้องประชุม 260

คณะทรัพยากรธรรมชาติ

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

>> ภาพกิจกรรมทั้งหมด

โครงการฝึกอบรมการขยายพันธุ์ชสตรอว์เบอร์รี่ มะละกอ และกาแฟ ด้วยเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ รุ่นที่ 2

ในงานเกษตรภาคใต้ครั้งที่ 26 ณ คณะทรัพยากรธรรมชาติ ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2561

>> ภาพกิจกรรมทั้งหมด

สถานวิจัยความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ

ภาคเกษตรเป็นภาคการผลิตที่สร้างความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยการผลิตอาหารและผลิตผลทางการเกษตรที่มีคุณภาพ เพื่อการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกทำให้วิกฤตเศรษฐกิจทุกครั้งที่ผ่านมาไม่มีผลกระทบด้านอาหาร ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศชั้นแนวหน้าที่ส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับ 8 ของโลก  สามารถผลิตอาหารให้แก่ประชากรโลกมากกว่า 250 ล้านคน (FAO, 2002) นอกจากนี้ยังเป็นภาคการผลิตที่สร้างรายได้และสร้างงานให้กับประชากรในชนบท เป็นกลไกที่จรรโลงวัฒนธรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่น ในปี พ.ศ. 2549 ภาคเกษตรมีมูลค่าผลผลิตรวม 6.4 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ขณะที่ประเทศไทยมีมูลค่าสินค้าส่งออกทั้งหมด 4.94 ล้านล้านบาท มีมูลค่าสินค้าส่งออกมาจากภาคเกษตรจำนวน 4.39 แสนล้านบาท ข้อดีของสินค้าภาคเกษตรคือการใช้วัตถุดิบภายในประเทศสูงถึงร้อยละ 80 ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆใช้วัตถุดิบภายในประเทศเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น และต้องนำเข้าวัตถุดิบและเทคโนโลยีจากต่างประเทศเพื่อการผลิต ดังนั้นภาคเกษตรซึ่งมีสัดส่วนการพึ่งพาตนเองในด้านวัตถุดิบสูงมาก จึงเป็นภาคการผลิตหลักที่สร้างรายได้นำเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ประเทศและเป็นพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศไทย

นับตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยฉบับที่ 1 ที่เริ่มใช้เมื่อ พ.ศ. 2504 จนถึงปัจจุบัน ภาคเกษตรมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากการขยายพื้นที่เกษตรเป็นสำคัญ ดังเห็นได้จากการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ขณะที่พื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้ทรัพยากรธรรมชาติของการเกษตรเช่น ทรัพยากรดิน น้ำ พื้นที่ชายฝั่ง ป่าไม้ของประเทศไทยมีจำกัดและอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม รวมทั้งการแข่งขัน การกีดกันการค้าในรูปแบบต่างๆสูงขึ้น ภาคเกษตรต้องปรับทักษะในการผลิตอย่างเร่งด่วนโดยการเพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ เพิ่มจำนวนครั้งการเพาะปลูกหรือการเก็บเกี่ยว การทดแทนพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์และเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ การลดการสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิตและหลังเก็บเกี่ยว ที่สำคัญที่สุดต้องแก้ปัญหาของเกษตรกรที่ทำงานหนัก ยากจน และด้อยโอกาสด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ สุขภาพ และความปลอดภัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมาตรการช่วยเพิ่มผลผลิตการเกษตรเหล่านี้ จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ สัตว์น้ำ ทรัพยากรดินและการจัดการศัตรูพืช เนื่องจากการผลิตทางการเกษตรเป็นการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการกับสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ ดังนั้นการคัดสรรและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อนำไปบูรณาการกับระบบการเกษตรของประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรักษาระดับฐานะผู้ส่งออกสินค้าเกษตรชั้นนำและเพิ่มความสามารถแข่งขันในเวทีโลก โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรที่ต้องเน้นคุณค่าทั้งทางอาหารและอุตสาหกรรม ด้านสุขภาพ ด้านการวิจัยในเชิงลึก และมีเป้าหมายชัดเจน

ด้วยการสนับสนุนการจัดตั้งสถานวิจัยความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติจากมหาวิทยาลัยฯ  จึงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จและเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาผลงานและการสร้างความเข้มแข็งด้านเทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ อันนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในการเป็นผู้นำทางวิชาการ

จากผลการดำเนินงานของสถานวิจัยความเป็นเลิศฯ ระยะที่ 1 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คือ ระหว่าง วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552 ถึง 12 กุมภาพันธ์ 2557 พบว่ามีผลการดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ และมีผลการประเมินตามตัวชี้วัดต่างๆ ที่กำหนดไว้ 78.45% เช่น จำนวนผลงานตีพิมพ์ในวารสาร จำนวนนักศึกษาบัณฑิตศึกษา ทุนวิจัยที่ได้รับจากแหล่งทุนภายนอก และจำนวนนักวิจัยใหม่ เป็นต้น โดยใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 4,974,543.03 บาท  คณะนักวิจัยจึงมีความเห็นว่าควรจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเพื่อจัดตั้งสถานวิจัยความเป็นเลิศฯ ระยะที่ 2 และดำเนินการต่อเนื่องจากระยะที่ 1 คือตั้งแต่เดือนมีนาคม 2557 – กุมภาพันธ์ 2562 ทั้งนี้เพื่อให้ได้องค์ความรู้ในเชิงลึกทั้งด้านการปรับปรุงพันธุ์ การขยายพันธุ์ การปลูก การจัดการสวน และการใช้ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตปาล์มน้ำมัน รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่ปลูกและอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน อันจะนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตปาล์มน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน

วิสัยทัศน์

สถานวิจัยความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ ระยะที่ 2 เป็นหน่วยงานวิจัยชั้นนำด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อเพิ่มการผลิตทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และยั่งยืน รวมทั้งมีมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะพืชและสัตว์เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ โดยมุ่งเน้นความเข้มแข็งทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพทางเกษตร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในส่วนที่สามารถดำเนินการได้

พันธกิจ

1.ดำเนินการวิจัยให้ได้องค์ความรู้ในด้านเทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพัฒนาพันธุ์ ขยายพันธุ์ และการเพิ่มผลผลิตพืช ปศุสัตว์ สัตว์น้ำ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีชีวภาพพัฒนาชีวภัณฑ์ เพื่อการผลิตที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งการพัฒนาและสร้างนักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง 

2.ประสานงานวิจัยและให้ความร่วมมือการวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติกับหน่วยงานวิจัยอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน 

3.เผยแพร่ผลงานวิจัยและบริการวิชาการด้านเทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติทั้งระดับนานาชาติ และสู่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานเอกชน เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปอย่างต่อเนื่อง

 4.สนับสนุนการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ ในระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาทั้งใน และนอกคณะทรัพยากรธรรมชาติ

ความร่วมมือกับต่างประเทศ

f t g m

ติดต่อ

       สถานวิจัยความเป็นเลิศเทคโนโลยีชีวภาพเกษตรและ
       ทรัพยากรธรรมชาติ ระยะที่ 2                                       

  คณะทรัพยากรธรรมชาติ
        มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
        15 ถ.กาญจนวนิช อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90112 

   0-7428-6047

 https://www.facebook.com/CoE.ANRB/

   phattira.k@psu.ac.th